งานประกาศรางวัลการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ในเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 5

โดยล่าสุดเทศกาลฯ ได้ดำเนินมาถึงโค้งสุดท้าย กับงานประกาศรางวัลการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ในเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๕ ซึ่งเป็นเหล่านักศึกษาด้านภาพยนตร์จากทั่วโลกและนักศึกษาจากประเทศไทยมาร่วมแข่งขัน ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปิน ดารา และผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลกเข้าร่วมงาน อาทิ Mattie Do ผู้กำกับหญิงชาวลาวชื่อดัง และ Vilouna Phetmany นักแสดงชาวลาวจากภาพยนตร์เรื่อง Dearest Sister , Damon Whitaker จากภาพยนตร์เรื่อง Ghost Dog: The Way of the Samurai, Katrina Grey จากภาพยนตร์เรื่อง Ghost House, Tori Lao-Lee จากภาพยนตร์เรื่อง Troy the Odyssey, Anastasia Maslova จากภาพยนตร์เรื่อง The Empire , Jonathan Kim โปรดิวเซอร์คนดังจากเกาหลีใต้, Ego Mikitas นักแสดงและโปรดิวเซอร์จากภาพยนตร์เรื่อง Bad Genius ฯลฯ พร้อมด้วย ปู วิทยา และ ปู สหจักร สองนักแสดงชาวไทยผู้มีผลงานและเป็นที่รู้จักในวงการหนังต่างประเทศ ที่มีผลงานมาแล้วมากมาย รวมถึง ดารานักแสดงชื่อดังของเมืองไทย อาทิ หนูนา หนึ่งธิดา, อ๋อม อรรคพันธ์, อเล็กซ์ เรนเดล, เก้า จิรายุ, นัท ทิวไผ่งาม และ ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น พร้อมเหล่านางแบบจาก The Face Thailand อาทิ เกรซ ณัฐธยาน์, สกาย มาเรีย, บุ้งกี๋ ระชา, ปริม กรวรรณ, ฟ้า ภีมสินี นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “การจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย หรือ Thailand International Film Destination Festival มีเป้าหมายสำคัญ คือ การประกาศศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยในฐานะ Thailand – World’s Best Film Location และมากไปกว่านั้น คือ การส่งต่อความภาคภูมิใจนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเทศกาลในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FASCINATING DESTINATION” ที่มุ่งเน้นการนำเสนอเสน่ห์อันน่าหลงใหลของโลเคชั่นต่างๆ ในประเทศไทย และเสน่ห์ของคนไทยที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศด้วยความเป็นมิตรและมืออาชีพ โดยกิจกรรมตลอดโครงการได้สร้างสรรค์ขึ้นอย่างมีกลยุทธ์เพื่อสร้างเครือข่ายกับบุคลากรด้านภาพยนตร์จากทั่วโลก เริ่มต้นที่กิจกรรมการประกวดภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำในประเทศไทย เน้นการถ่ายทำใน 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว โดยผู้เข้าแข่งขันจะเป็นนักศึกษาด้านภาพยนตร์จากนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 157 ทีม และผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 24 ทีมจาก 33 ประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา อิตาลี สเปน อังกฤษ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก โคลัมเบีย โครเอเชีย เป็นต้น โดยทั้ง 24 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เดินทางมาเมืองไทยและ ลงพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทยด้วยตัวเอง และในแต่ละทีมจะมีผู้ประสานงานซึ่งเป็นนักศึกษาชาวไทย เพื่อทำหน้าที่เป็น Production Assistant หรือผู้ช่วยการผลิต ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและเรียนรู้งานด้านภาพยนตร์ร่วมกัน “เป้าหมายหลักของกิจกรรมการประกวดนี้ คือ การมอบโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคต ได้มีโอกาสมาสัมผัสประสบการณ์จริงของการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย และทำงานร่วมกับทีมงานไทย เพื่อจำลองความรู้สึกของการทำงานร่วมกัน ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันในอนาคต อีกทั้งผลงานภาพยนตร์สั้นจากแต่ละทีม ก็ถือได้ว่าเป็นผลผลิตที่มีคุณค่าในการเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย” นางวรรณสิริ กล่าว และในปีนี้ กรมการท่องเที่ยว ได้สร้างสรรค์กิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้นสำหรับนักศึกษาด้านภาพยนตร์ชาวไทยโดยเฉพาะ กับโจทย์การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช และเพื่อให้นักศึกษาไทยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ โดยใช้ความรู้ความสามารถในด้านการสร้างภาพยนตร์มาถ่ายทอดความงดงามของประเทศไทย ผ่านเรื่องราวอันทรงคุณค่า และ พระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ผ่านโครงการพระราชดำริที่มีอยู่ทั่วประเทศ นอกเหนือจากนั้น เพื่อเป็นการส่งต่อความภาคภูมิใจสู่คนไทยทั้งประเทศ กรมการท่องเที่ยว จึงได้จัดกิจกรรมการฉายภาพยนตร์ต่างประเทศที่เคยถ่ายทำในประเทศไทย (Thailand on Screen) เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมย้อน ความทรงจำกับภาพยนตร์เรื่องดังกับฉากประทับใจที่มีประเทศไทยเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ โดยในปีนี้มีภาพยนตร์เรื่องดังมาฉายรวม 5 เรื่อง คือ JAMES BOND 007 : The Man with the Golden Gun (1974), Bridget Jones : The Edge of Reason (2004) , Air America(1990) , The Killing Fields (1984) และThe Deer Hunter(1978) ซึ่งได้มีการจัดฉายให้คนไทยได้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 21 – 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้สนใจร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลามเช่นทุกปี “การบอกเล่าเรื่องราวความสวยงามของประเทศไทยผ่านภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เห็นได้จากภาพยนตร์เรื่องดังมากมายที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง JAMES BOND 007 : The Man with the Golden Gun (1974) ที่ทำให้เกาะตาปู จ.พังงา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน หรือ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand (2012) ที่เกิดกระแสให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาประเทศไทยเพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอย่างล้นหลามจนถึงปัจจุบัน จึงเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย หรือ Thailand International Film Destination Festival จึงเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการประชาสัมพันธ์ ความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงบุคลากร คนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลกสู่ประเทศไทย รวมถึงการส่งต่อความภาคภูมิใจนี้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อตอกย้ำและรักษาความเป็นหนึ่งของประเทศไทยในฐานะ “World’s Best Film Location” หรือ ที่สุดของจุดหมายการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลกของประเทศไทย” นางสาววรรณสิริ กล่าวในตอนท้าย ผลการตัดสิน การแข่งขันภาพยนตร์สั้นประจำเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ประจำปี 2560 รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Grand Prize) 1 รางวัล ได้แก่ - ทีมจากประเทศเม็กซิโก จากภาพยนตร์เรื่อง IF I WERE BRAVE รางวัลผู้ชนะเลิศจาก 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว จำนวน 8 รางวัล รางวัลชนะเลิศจากเขตอารยธรรมล้านนา ได้แก่ - ทีมจากประเทศกัมพูชา จากภาพยนตร์เรื่อง WHERE I BELONG รางวัลชนะเลิศจากเขตอารยธรรมอีสานใต้ ได้แก่ - ทีมจากประเทศอิตาลี จากภาพยนตร์เรื่อง LOTUS รางวัลชนะเลิศจากเขตฝั่งทะเลตะวันออก ได้แก่ - ทีมจากประเทศเซอร์เบียจากภาพยนตร์เรื่อง TIME STAMP รางวัลชนะเลิศจากเขตฝั่งทะเลตะวันตก ได้แก่ - ทีมจากประเทศเนปาลจากภาพยนตร์เรื่อง LOST & FOUND รางวัลชนะเลิศจากเขตอันดามัน ได้แก่ - ทีมจากประเทศเม็กซิโก จากภาพยนตร์เรื่อง IF I WERE BRAVE รางวัลชนะเลิศจากเขตมรดกด้านวัฒนธรรม ได้แก่ - ทีมจากประเทศอิสราเอล จากภาพยนตร์เรื่อง CLUSTER รางวัลชนะเลิศจากเขตวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง ได้แก่ - ทีมจากประเทศเวียดนามจากภาพยนตร์เรื่อง SMILE รางวัลชนะเลิศจากเขตลุ่มเจ้าพระยาตอนกลาง ได้แก่ - ทีมจากประเทศอิสราเอล จากภาพยนตร์เรื่อง THE MUAY THAI GUY รางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม “การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ” (Grand Prize) 1 รางวัล ได้แก่ - ทีมจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จากภาพยนตร์เรื่อง เดินตามเสียง